【ผมได้สละ “ตัวกู” แล้ว】

ในสังคมที่ผู้คนคาดหวังให้ทุกคนเติบโตอย่างสดใสและแข็งแรงนั้น ผมกลับเป็นคนหนุ่มที่ไม่ชอบนิสัยเงียบขรึมและขี้เกรงใจของตัวเอง ผมเคยคิดว่าเพราะรอบตัวไม่มีอะไรน่าสนใจ ผมจึงหัวเราะไม่ได้ และไม่เคยเชื่อเลยว่าสังคมนี้จะเต็มไปด้วยความอบอุ่นของผู้คน ไม่ว่าเห็นหรือได้ยินอะไรก็รู้สึกจืดชืด ผมคงใช้ใบหน้าไร้อารมณ์เดินผ่านงานต่างๆ มาเรื่อยๆ

ผมอยู่ในความทุกข์ที่แม้แต่คำว่า “การปฏิเสธตัวเอง” ก็ยังไม่รู้จัก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นคือ “ความทุกข์ของตัวเอง” จากภายนอกคงเหมือนผมแบกกระดองแห่งความทุกข์ไว้บนใจ เหมือนเกราะที่สวมติดตัวจนมองไม่เห็น เพราะมองไม่เห็น จึงไม่รู้ว่ามันคือ “ความทุกข์” ผมเคยอยู่ในความทุกข์เช่นนั้น

ผมไม่ได้สนใจเรื่องเงินทอง เงินเดือนก็ไม่เคยหลุดพ้นระดับเริ่มต้น ผมคิดว่าการทำงานอย่างสม่ำเสมอคือ “ความจริงจัง” แต่คนในที่ทำงานกลับล้อว่า “จริงจังจนเหมือนมีขี้วางอยู่บนหัว” ผมตอบอะไรไม่ออก แม้จะอายุเกินสามสิบแล้ว ผมก็ยังไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นจากคำพูดของใคร เดินก้มหน้า เห็นเงาหลังของตัวเองแล้วก็รู้สึกสงสาร

เมื่อถูกเรียกว่า “จริงจังเกินไป” ผมก็เอาแต่คิดว่า “แล้วความจริงจังคืออะไรกันแน่” ความคิดของผมคือการรับรู้สิ่งต่างๆ ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า แล้วแปรเป็นคำพูด แต่คำพูดเหล่านั้นก็หายไปทันทีเหมือนเงา

แม้มือผมจะสัมผัสน้ำแข็งแล้วเกิด “ความเย็น” แต่ “ความเย็น” นั้นไม่ได้มีอยู่บนฟ้าหรือบนดิน ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นต้นหญ้าที่ไร้ราก คำพูดที่ออกจากปากก็เหมือนเงาที่ไร้ความรับผิดชอบ บางครั้งก็ “ตามมีตามเกิด” หรือ “ลวกๆ”

มนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตหนึ่งในห่วงโซ่อาหาร แต่กลับล่องลอยอยู่ในโลกของ “สังคมมนุษย์” ที่เต็มไปด้วยความสับสนจากภาษา เมื่อมีคนบอกว่า “คุณฉลาดนะ” ผมก็โกรธบ้าง ดีใจบ้าง ความหมายของคำพูดกลับไปกลับมา จึงมีคำว่า “คนพูดเก่งคือคนฟังเก่ง”

เมื่อผมกำหินด้วยมือ ก็คิดว่าหิน “แข็ง” และเชื่อโดยไม่คิดว่า “หินแข็ง” มีอยู่จริงก่อนการเข้าใจใดๆ

แต่เมื่อเข้าใจว่า “ตัวกู” ในคำของเดการ์ต “ฉันคิด ฉันจึงมีอยู่” นั้นคือ “ตัวกูที่อาจตายเมื่อไรก็ได้” ผมก็หัวเราะออกมา เพราะแท้จริงแล้ว “ตัวกู” ไม่มีอยู่ แต่ผมกลับพยายามยึดเหนี่ยว “ความคิดของฉัน” ไว้กับอะไรสักอย่าง แล้วเชื่อว่ามี “อะไรบางอย่าง” อยู่ในโลก คิดไปก็ขำจนท้องแข็ง

ไม่มีสิ่งใดในโลกที่ผูกมัดจิตใจผมไว้เลย ผมสะดุ้งตื่นเหมือนหมอกในใจถูกพัดหาย หัวใจเริ่มเต้นร่าเริง เมฆแหวกออก เห็นท้องฟ้าสีฟ้า

นี่หรือคือ “การสละตัวกู” ผมเต็มไปด้วยความยินดี หัวใจสงบเหมือนทะเลที่ไร้คลื่น

コメント

タイトルとURLをコピーしました